New Issues » “อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป” โชว์รายได้ครึ่งปีแรก 5,306 ล้านบาท

“อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป” โชว์รายได้ครึ่งปีแรก 5,306 ล้านบาท

21 พฤศจิกายน 2018
0

alivesonline.com : ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เผยแผนดำเนินงาน The New S-Curve มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตใน 3 กลุ่มธุรกิจหลักคือ “ฉนวนกันความร้อนและเย็น – ชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ – บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ส่งผลอัตรากำไรขั้นต้นที่ 28% เตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.08 บาทให้ผู้ถือหุ้น 7 ธ.ค.61 รวม 224 ล้านบาท

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์ The New S-Curve ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 กลุ่มธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตซึ่งได้ทยอยนำสินค้านวัตกรรมออกสู่ตลาดแล้ว รวมถึงใช้กลยุทธ์ในการตั้งราคาขายและการบริหารจัดการต้นทุน อีกทั้งยังมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ส่วนแนวโน้มธุรกิจและทิศทางการเติบโตในช่วงต่อจากนี้จนถึงเดือน มี.ค.62 จะยังคงดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ โดยคาดว่าทั้งปี 2561 จะมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นประมาณ 12% จากการสนับสนุนของ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจฉนวนกันความร้อนและเย็น ภายใต้แบรนด์ “AEROFLEX” ยังคงมุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มสินค้าพรีเมียม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอาเซียน เป็นต้น

“ในช่วงผ่านมาได้ลงทุนปรับปรุงไลน์การผลิตในสหรัฐอเมริกา โดยใช้เครื่องจักรอัตโนมัติความเร็วสูง เนื่องจากเห็นโอกาสการเติบโตในสหรัฐอเมริกา จากความต้องการใช้สินค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้องการลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิต หากไลน์การผลิตใหม่ในสหรัฐอเมริกาสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตได้จะส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นตาม ส่วนประเทศไทยได้ลงทุนขยายโรงงานใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2562”

สำหรับกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ภายใต้แบรนด์ “AEROKLAS” ได้ทยอยส่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหลายชนิดออกสู่ตลาด ได้แก่ การปรับปรุงโมเดลใหม่จากผลิตภัณฑ์หลักของ “AEROKLAS” ผลิตภัณฑ์กันชนท้ายกระบะซึ่งผลิตจากโพลีเมอร์ที่มีความแข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักเบา / EZ UP & DOWN TAIL GATE ASSIST ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การเปิดปิดท้ายรถกระบะง่ายขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่จะทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

“ในส่วนของธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย TJM Products Pty.Ltd หรือ TJM และ Flexiglass Challenge Pty.Ltd หรือ Flexiglass ซึ่งเป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่สำคัญของ AEROKLAS มีการขยายตลาดในประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน TJM มีสาขา 3 แห่ง ตั้งอยู่ที่ Perth 2 แห่ง และ Brisbane 1 แห่ง ทำให้มีร้านค้าภายใต้แบรนด์ TJM จำนวน 64 แห่ง Flexiglass มีสาขา 5 แห่ง และช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 100 แห่ง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกลุ่มธุรกิจ Aeroklas ได้นำกลยุทธ์ synergy มาใช้ดำเนินงาน”

ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ “EPP” เริ่มมีการเร่งทำการตลาดมากขึ้นในกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารและถ้วยน้ำดื่ม ส่วนลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม EPP มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับงานด้วยความพร้อมของกระบวนการผลิต และมาตรฐานความสะอาด ความปลอดภัยทางด้านอาหารที่ได้รับการรับรองจากองค์กรชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับมาตรฐาน The British Retail Consortium (BRC) มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (food safety) ของสหราชอาณาจักร ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตอาหารเพื่อส่งขายในสหราชอาณาจักร ได้อีกด้วย

รศ.ดร.เฉลียว กล่าวอีกว่า สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนของปี 2561/62 (เมษายน-กันยายน 2561) มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 5,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% มีกำไรสุทธิ 567 ล้านบาท ลดลง 2% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ไตรมาสที่ 2 ปี 2561/62 (กรกฎาคม-กันยายน 2561) มีรายได้จากการขาย 2,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% มีกำไรสุทธิ 262 ล้านบาท ลดลง 10% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 28% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น AEROKLAS 50% AEROFLEX 30% และ EPP 20%

รศ.ดร.เฉลียว กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2561/62 สิ้นสุด 30 กันยายน 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท (แปดสตางค์) รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 224 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2561