New Issues » “สมคิด” ชี้ 4 ปัจจัยบวกเอื้อ “ทีเส็บ” ดันไมซ์ไทยสู่ชั้นเวทีโลก

“สมคิด” ชี้ 4 ปัจจัยบวกเอื้อ “ทีเส็บ” ดันไมซ์ไทยสู่ชั้นเวทีโลก

11 กันยายน 2018
0

alivesonline.com : “สมคิด” ยก “ทีเส็บ” มีบทบาทสำคัญในภาวะเศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แนะฉวยโอกาสเร่งหาพันธมิตรธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมไมซ์เติบโตอย่างยั่งยืนจากแรงหนุน 4 ด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจในประเทศ การเติบโตของภูมิภาคอาเซียน การจัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และบทบาทการเมืองระหว่างประเทศ

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ประเทศไทย แรงขับเคลื่อนใหม่แห่งเศรษฐกิจเอเชีย” (Thailand the New Driving Force of Asian Economy) ในงาน Thailand MICE Forum2018, Redefining Our Industry ซึ่งจัดโดย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ”  เมื่อวันที่ 11 ก.ย.61 ณ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ว่า นับตั้งแต่ตนเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้ง “ทีเส็บ” มาตั้งแต่ปี 2547 จนปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ถือเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในภาวะเศรษฐกิจกำลังเติบโต จึงเป็นช่วงจังหวะและโอกาสที่จะพัฒนาองค์กรให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีปัจจัยบวก 4 ด้านคือ

1.เศรษฐกิจอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัวเข้มแข็งในทุกมิติ โดยในครึ่งปีแรกอัตราจีดีพีเติบโตถึง 4.8% ถือเป็นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพต่อเนื่องจากตัวชี้วัดทุกดัชนีมีการเติบโตทุกภาคส่วน อาทิ การส่งออก การบริโภค การจับจ่ายของรัฐบาล รวมทั้งการท่องเที่ยว จึงมั่นใจว่าหากไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เศรษฐกิจปี 2562 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากเป็นช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น จึงเป็นจังหวะและโอกาสของ “ทีเส็บ” ที่จะต้องเร่งหาพันธมิตรธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

2.จากการเติบโตทางจีดีพีของภูมิภาคอาเซียน 4-5% ทำให้ประเทศไทยจะเป็นยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในตลาดซัปพลายเชนและตลาดแรงงาน เพราะประเทศไทยเป็นจุดตัดระหว่างเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก หากสามารถสร้างเส้นทางรถไฟออกไปสู่เมียนมาร์และลาว ประเทศไทยก็จะเป็นจุดศูนย์กลางของกลุ่ม CLMV ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางไปยังประเทศเพื่อนบ้านรอบข้าง “ทีเส็บ” จึงควรฉวยโอกาสเพื่อสร้างความร่วมมือและก้าวไปข้างหน้า

3.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโต โดยเฉพาะการจัดตั้งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งภายในปี 2561 จะเปิดการประมูลรถไฟเชื่อมต่อ 3 สนามบิน อันจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นพอร์ตที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เพราะจะเป็นทางเข้าและทางออกด้านการผลิตของ CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย) ซึ่งจะกระจายการส่งออกไปทั่วโลก ทั้งยังเป็นการต่อยอดโครงการท่าเรือแหลมฉบังและอีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นแหล่งรองรับอุตสาหกรรม การเกษตรแปรรูป และอื่น ๆ ในอนาคต

4.บทบาทการเมืองระหว่างประเทศของไทย จำเป็นต้องรู้จักวิธีการสร้างตัวเองให้มีนัยสำคัญดังเช่นที่สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการผลักดันประเทศจนเป็นศูนย์การจัดงานหลายประเภท จึงคาดว่า หากประเทศไทยสามารถจัดการเลือกตั้งได้ในปี 2562 และได้รับการเลือกให้เป็นประธานอาเซียนจะส่งผลให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โอกาสนี้ “ทีเส็บ” จึงจำเป็นต้องเร่งประสานงานกับทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง รวมทั้งสร้างพันธมิตรให้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศในการวางแผนร่วมมือเพื่อเปิดแนวรุกก้าวไปข้างหน้า เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และระดับโลก