New Issues » [ชมคลิป] คุ้มค่า 1 พันล้านบาท โหมโปรโมท “ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการ 5.4 หมื่นล้านบาท

[ชมคลิป] คุ้มค่า 1 พันล้านบาท โหมโปรโมท “ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการ 5.4 หมื่นล้านบาท

10 พฤศจิกายน 2018
0

alivesonline.com : ยิ่งใหญ่สมการรอคอยจนกลายเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ เวิลด์” ติดระดับโลกในชั่วข้ามคืน สำหรับงานบิ๊กอีเว้นท์ส่งท้าย “ปีจอ” เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา กับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเฉลิมฉลองการเปิดประตูเมืองอย่างอลังการของ “ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต มูลค่า 5.4 หมื่นล้านบาท สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยาม” เกิดจากการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่จากหัวใจคนไทยหลายภาคส่วนผู้มีความรู้ความสามารถจากชุมชนทั่วประเทศ ทั้งภาคธุรกิจ ภาคราชการ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญแขนงต่าง ๆ จากหลายประเทศที่รักเมืองไทยในการร่วมกันพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ภายใต้แนวคิด “การสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย” หรือ “Creating Shared Value” และ “การร่วมกันรังสรรค์” หรือ “Co-Creation” อย่างเต็มรูปแบบในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก

การเปิดตัว “ไอคอนสยาม” ยังถือเป็นการรังสรรค์มหาปรากฏการณ์งานเปิดเมืองไอคอนสยาม ในธีม “Legendary Party” ตอกย้ำแนวคิด “สิ่งที่ดีที่สุดของไทย บรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” เนรมิตงานอีเว้นท์ระดับโลกด้วยการขนทัพการแสดงครั้งประวัติศาสตร์และผลงานมาสเตอร์พีซ โดย 7 บริษัทผู้สร้างสรรค์อีเว้นท์ชั้นนำของไทยและของโลก ได้แก่ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) บริษัท แม็กซ์ อิมเมจ จำกัด บริษัท ไร้ท์แมน จำกัดบริษัท ตือ จำกัด บริษัท เอ็มคิวดีซี ไบร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรับผิดชอบในการนำโดรน 1.5 พันตัวมามาใช้ในการแสดงแปรขบวน พร้อมด้วยศิลปินชื่อก้องโลก ศิลปินระดับชาติของไทย และนักแสดงอาสาจากทั่วประเทศ รวมกว่า 1 พันชีวิต

https://www.facebook.com/alivesonline/videos/194846731428923/?modal=admin_todo_tour

“สำหรับการเปิดตัวโครงการได้จัดเตรียมงบประมาณการตลาดรวม 1 พันล้านบาท แบ่งเป็นการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในช่วง 3 วันแรกคือ วันที่ 9-11 พ.ย.61 เป็นจำนวนเงิน 700 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 300 ล้านบาทจะใช้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง ๆ จนถึงสิ้นปี 2561 โดยปัจจุบันมีร้านค้าต่าง ๆ เปิดให้บริการตั้งแต่ชั้น G ถึงชั้น 5 ประมาณ 80-90% ส่วนโซนอาหารขนาดใหญ่บนชั้น 6 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.61”

นางชฎาทิพ กล่าวอีกว่า โซนอาหารชั้น 6 ซึ่งใช้ชื่อว่า “อลังการ” ออกแบบตกแต่งเพื่อนำเสนอเรื่อง “ข้าว” ศูนย์กลางวัฒนธรรมอาหารของไทย โดยจะมีทั้งนาข้าวจำลอง น้ำตก และพาวิลเลียนที่ออกแบบมาจากเครื่องมือกสิกรรมของไทย ส่วนร้านอาหารทั้งหมดในโซนนี้แบ่งเป็นคาเฟ่ 4 ร้าน ร้านอาหาร 17 ร้าน และร้านอาหารนานาชาติที่เป็น Fine Dining 12 ร้าน ถือเป็นโซนที่รวมอาหารหลากหลายสไตล์ไว้อย่างครบครัน ทั้งอาหารขึ้นชื่อของไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารอินเดีย และอาหารฝรั่งเศส

“เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2562 คาดว่าจะทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนคนต่อวัน แบ่งสัดส่วนเป็นคนไทย 70% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30% ส่วนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 45% โดยมีนักท่องเที่ยวในเอเชียมากที่สุดถึง 40% โดยเฉพาะจีนที่คาดว่าจะมีมากถึง 20% รองลงมาคือ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา”

นางชฎาทิพ กล่าวในตอนท้ายว่า สิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนไทยและถือเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่คือการที่ผู้ประกอบการร้านค้าเหล่าแฟชั่นแบรนด์และลักซ์ชัวรี่แบรนด์ชื่อดังระดับโลกมีความเชื่อมั่นและมองเห็นคุณค่าความดีงามของความเป็นไทยจึงได้เข้าร่วมผนึกกำลังกับ “ไอคอนสยาม” ด้วยการคิดนอกกรอบและทำงานร่วมกับศิลปินไทยสร้างสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีซที่จะเชิดชูอัตลักษณ์ไทยอย่างสง่างามภายในร้าน ทั้งการนำผ้าไหมไทย หรือวัสดุไทยต่าง ๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน หรือตกแต่งร้าน นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก

https://www.facebook.com/alivesonline/videos/477022209364093/?modal=admin_todo_tour

https://www.facebook.com/alivesonline/videos/294433374737499/?modal=admin_todo_tour

สร้างเงินหมุนเวียน-จ้างงานไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน

ด้าน นายณรงค์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูปเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด กล่าวว่า การดำเนินโครงการ “ไอคอนสยาม” เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2556 จนถึงวันนี้ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสร้างเงินสะพัดหมุนเวียนในประเทศและทำให้เกิดการจ้างงานแล้วไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน นอกจากนี้ยังได้สร้างความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่าง ๆ จำนวนมากเข้ามาร่วมเปิดธุรกิจในโครงการซึ่งหลายรายเป็นการลงทุนครั้งแรกในประเทศไทย และยังมีส่วนช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และประเทศไทยอีกด้วย

รวบรวมกว่า 7 พันแบรนด์ดังร่วมเปิดร้าน

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยาม” เปิดประตูอภิมหาโครงการเมือง ด้วยความมหัศจรรย์ที่เป็นที่สุดและครั้งแรกซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยมากมาย โดยเหล่าแบรนด์ดังที่เป็นสุดยอดความหรูหราระดับโลกจำนวนหนึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร “ไอคอนลักซ์” (Luxury Wing) พื้นที่ 2.5 หมื่นตารางเมตร ตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอาคารอาณาจักรศูนย์การค้าที่ล้ำเลิศแห่งยุคและเป็นสัญลักษณ์แห่งความวิจิตรตระการตาที่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ในฐานะศูนย์กลางความหรูหราระดับโลก

อาคาร “ไอคอนลักซ์” มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก โดยจะเป็นอาคารกระจกโครงสร้างไร้เสาที่ยาวที่สุดในโลก รูปทรงคล้ายกระทงแก้ว สร้างสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรงดงามให้เป็นสัญลักษณ์ใหม่บนแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังเป็นการรวบรวมสุดยอดแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ชื่อดังจากทั่วโลกมาเนรมิตร้านแฟลกชิฟสโตร์ในรูปแบบ Global ICONIC Store ครั้งแรกในประเทศไทย รวมถึงคอนเซ็ปต์ Icons within Icon ที่ “ไอคอนสยาม” ได้รังสรรค์ให้ลักชัวรี่แบรนด์มีคฤหาสน์ของตนเองในรูปแบบ Duplex Mansion อยู่ภายในอาคาร “ไอคอนลักซ์” อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนั้น ยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ชื่อดังระดับแนวหน้าของโลกและของไทยกว่า 7 พันแบรนด์ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ในการนำเสนอสินค้าสุดพิเศษเฉพาะที่ “ไอคอนสยาม” เท่านั้น

นายสุพจน์ กล่าวด้วยว่า “ไอคอนสยาม” ได้ทำงานลงลึกในรายละเอียดร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าตั้งแต่สุดยอดแบรนด์ของไทยไปจนถึงลักซ์ชัวรี่แบรนด์จากต่างประเทศ เพื่อให้แต่ละร้านนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความเป็นมา จนถึงแนวคิดและนวัตกรรมโดยเชื่อมโยงกับการออกแบบร้าน เพื่อให้ “ไอคอนสยาม” เป็นโครงการแรกที่ทำ Story Telling ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้อย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งหลายแบรนด์ดังระดับโลกให้ความเชื่อมั่นใน “ไอคอนสยาม” โดยร่วมกันคิดสร้างสรรค์สิ่งพิเศษที่จะเกิดขึ้นภายในร้านของเขาเฉพาะที่สาขา “ไอคอนสยาม” เท่านั้น เพื่อให้ไอคอนสยามเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทยที่นำเสนอความแปลกใหม่อย่างมีอัตลักษณ์โดดเด่น

คอนโดฯ สุดหรู ราคาสูงสุด 460 ล้านบาท

นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยสุดหรู 2 อาคาร ภายในโครงการไอคอนสยาม กล่าวว่า “แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์” เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยคุณภาพเหนือระดับที่หรูหราที่สุดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สูง 70 ชั้น จำนวน 379 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 90% และ “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ” เป็นโครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่แบรนด์ “แมนดาริน โอเรียนเต็ล” แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 14 ของโลกความสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 85%

 

“ทั้ง 2 โครงการได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ในฐานะโครงการที่พักอาศัยที่มีมาตรฐานเทียบชั้นโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดในต่างประเทศ เทียบเท่าที่พักอาศัยในมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์ก ลอนดอน โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ พร้อมสร้างสถิติใหม่เป็นโครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีราคาสูงที่สุดคุ้มค่ากับการลงทุนและอยู่อาศัย โดยมีราคาเริ่มต้น 85 ล้านบาท สำหรับคอนโดมิเนียม 2 ห้องนอน และห้องเพนท์เฮ้าส์ โดยห้องชุดที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ใช้สอยรวม 707 ตารางเมตร ซึ่งมีราคาประมาณ 460 ล้านบาท” นายวิสิษฐ์ กล่าวในตอนท้าย