Special Story » กางรายได้คนเจนวาย : คำตอบและเหตุผลที่ “เมิน” งานประจำ

กางรายได้คนเจนวาย : คำตอบและเหตุผลที่ “เมิน” งานประจำ

16 ธันวาคม 2019
0

alivesonline.com : “กลุ่มคนยุคมิลเลนเนียล” (Millennials) หรือ “เจนเนอเรชั่นวาย” (Gen Y) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ.2523-2543 ถือเป็นกลุ่มคนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนกว่า 2 พันล้านคน คิดเป็น 32% ของประชากรโลก ทั้งยังมีแนวโน้มว่าในอนาคตจะมีจำนวนมากกว่าเจนเนอเรชั่นอื่น ๆ

ขณะที่ในประเทศไทยมีกลุ่มคนเจนเนอเรชั่นวายประมาณ 21 ล้านคนของประชากรทั้งหมด ทั้งยังมีวิถีการดำเนินชีวิตและรูปแบบการทำงานของกลุ่มดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการจ้างงานในรูปแบบการจ้างงานระยะสั้นประเภทต่าง ๆ

นอกจากนี้ คนเจนเนอเรชั่นวายบางกลุ่มยังเลือกการผสมผสานรูปแบบการทำงานทั้งแบบงานประจำควบคู่กับงานพาร์ทไทม์ที่ทำนอกเวลางาน จึงเกิดเป็นคำเรียกลักษณะงานนี้ว่า GIG Economy ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่ผู้ทำงานรับงานเป็นครั้ง ๆ ตามความต้องการ (On Demand) หรืออาจจะหมายถึง ทำงานแบบชั่วคราวไม่เต็มเวลา มีความเป็นอิสระ ทำงานตามความสมัครใจ ไม่เหมือนการทำงานแบบดั้งเดิมของการเป็นลูกจ้างบริษัท อาทิ งานนอกเวลา งานด่วน งานจ้างตามสัญญา งานชั่วคราว งานอิสระ งานรับเหมา งานออนไลน์ การทำงานบนแพลตฟอร์ม รวมถึงคนที่ทำงานประจำและทำงานพิเศษในเวลาเดียวกัน“แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ผู้นำด้านแรงงานเชิงนวัตกรรมและผู้เชี่ยวชาญในการสรรหาพนักงานระยะสั้นทั้งประเภทชั่วคราวและสัญญาจ้าง วิเคราะห์พฤติกรรมดังกล่าวว่า แนวโน้มและทิศทางของรูปแบบการทำงานในยุคปัจจุบัน หรือ “ยุคดิจิทัล” ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนและวิถีการดำเนินชีวิตกับการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่แรงงานเลือกทำงานประจำที่สร้างรายได้หลักเท่านั้น แต่เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป แรงงานเลือกรูปแบบการทำงานตามความสามารถเพื่อเป็นรายได้เสริมงานหลัก โดยเฉพาะกลุ่มคนเจนเนอเรชั่นวายยังเลือกทำงานที่ไม่ใช่งานประจำอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” จึงได้จัดทำ ผลสำรวจรายได้งานระยะสั้นครั้งแรก (Temp Job Market Salary Trend 2019 – 2020) จากกลุ่มลูกค้าจำนวน 325 รายในส่วนการจ้างงานในรูปแบบงานระยะสั้น พร้อมกับคำถามว่า ตอบโจทย์และฉีกกฎการทำงานยุคนี้ได้จริงหรือ? ความมั่นคงมีไหม? ทำอย่างไรให้ได้ค่าตอบแทนสูง? ทักษะ (Skill) สำคัญเพียงใด? แล้วทำไมจึงเลือกทำงานในรูปแบบงานระยะสั้นมากกว่าการทำงานประจำ? โดยอิงจากประสบการณ์ทำงาน 0–3 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละสายงานดังนี้

สายงานด้านการตลาด (Marketing) อาทิ ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด (Data Analyst) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 25,000–35,000 บาท  ตำแหน่งดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 18,000–25,000 บาท ตำแหน่งพัฒนาธุรกิจ (Business Development) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 18,000–25,000 บาท ส่วนตำแหน่งอีเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง และมาร์เก็ตติ้ง มีรายได้เริ่มต้นที่ 15,000–25,000 บาท

สายงานด้านบัญชีและการเงิน (Accounting & Finance) ซึ่งมีตำแหน่งงานตามทักษะและประสบการณ์ อาทิ ตำแหน่งผู้ตรวจสอบบัญชี (Audit) ที่ต้องมีใบรับรองการทำงาน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 25,000–30,000 บาท ตำแหน่งไฟแนนซ์-บัญชี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 20,000–40,000 บาท

สายงานด้านบุคคล (Human Resource Executive) เป็นอีกหนึ่งในสายงานที่สามารถทำงานในรูปแบบงานระยะสั้น ตำแหน่งฝ่ายบุคคล รายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 20,000–25,000 บาท ฝ่ายพัฒนาและอบรมบุคลากร รายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 20,000–30,000 บาท  เป็นต้น

สายงานด้านการขนส่ง (Logistics Staff) ก็มีเลือกใช้รูปแบบการจ้างงานในลักษณะระยะสั้นด้วย โดยตำแหน่งดูแลคลังสินค้า มีรายได้เริ่มต้น 12,000-15,000บาท หรือจ้างแบบรายวันเฉลี่ย 500-700 บาท ตำแหน่งงานในส่วนแพคสินค้าและดูแลจัดการสโตร์ มีรายได้เริ่มต้น 12,000-15,000บาท หรือจ้างแบบรายวันเฉลี่ย 500-700 บาท ส่วนพนักงานที่ทำงานด้านการเทรดดิ้งระหว่างประเทศ มีรายได้เริ่มต้น 16,000-23,000บาทต่อเดือน

สายงานด้านการให้บริการลูกค้า (Customer Service) เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งแคชเชียร์ มีรายได้เริ่มต้น 13,000-15,000 บาทต่อเดือน ส่วนตำแหน่งงานที่ต้องมีทักษะความรู้ที่เพิ่มขึ้นสำหรับงานด้านการให้บริการลูกค้า อาทิ คอลเซ็นเตอร์ (ไทย) รายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 15,000–20,000 บาท แต่ถ้าเป็นคอลเซ็นเตอร์ที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20,000–35,000 บาท ส่วนพนักงานต้อนรับ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 18,000–25,000 บาท   เป็นต้น

สายงานที่ใช้ทักษะด้านภาษาในการติดต่อสื่อสาร (Interpreter) เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งงานที่หลายองค์กรใช้การจ้างงานแบบระยะสั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรที่มีผู้บริหาร หรือต้องติดต่อธุรกิจกับต่างชาติโดยเฉพาะทักษะภาษาจีนและญี่ปุ่น เป็นสองภาษาที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง จากผลสำรวจระบุว่าแรงงานงานนี้มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเริ่มต้นที่ 18,000-100,000 บาท หรือจ้างแบบรายวันอยู่ที่ 1,200-10,000 บาทต่อวันเลยทีเดียว

สายอาชีพทางด้านผู้เชี่ยวชาญ (Technician) ซึ่งมีตำแหน่งหลากหลาย อาทิ Computer, Telecommunication Technician มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตั้งแต่ 18,000-20,000 บาท ตำแหน่งงานด้านวิศวกรเครือข่าย (Network Engineer) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตั้งแต่ 18,000-25,000 บาท Project Engineer, Computer and Systems Engineer มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตั้งแต่ 18,000-35,000 บาท เป็นต้น

 

แนวโน้มแรงงานในยุคดิจิทัลยังมีรูปแบบการทำงานระยะสั้นที่เติบโตและมีความหลากหลายมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น สามารถตอบโจทย์วิถีไลฟ์สไตล์ การดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้ อีกทั้งบางกลุ่มยังเลือกทำงานแบบผสมผสานทั้งงานประจำและงานระยะสั้น เพื่อเสริมรายได้โดยใช้ทักษะความรู้ความสามารถที่ตนเองถนัด โดยสามารถทำงานทั้งรายวัน รายเดือน และรายโปรเจกต์ซึ่งมีตั้งแต่ 3-18 เดือน หรือบางกลุ่มก็มากกว่าขึ้นอยู่กับลักษณะและรูปแบบงาน 

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงรายได้ที่เกิดขึ้นซึ่งเมื่อเทียบกับคนทำงานประจำก็ไม่น้อยทีเดียว “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญในตลาดแรงงาน จึงหวังว่าข้อมูลแนวโน้มและทิศทางแรงงานในปี 2019-2020 จะทำให้แรงงานใช้เป็นแนวทางและการเตรียมตัวกับงานในรูปแบบใหม่ตามยุคสมัย เทคโนโลยี เทรนด์ ความต้องการของนายจ้างที่เปลี่ยนไป

ประการสำคัญ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด ๆ คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาความรู้ความสามารถสร้างทักษะและประสบการณ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษาความมั่นคงในชีวิตต่อไปเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต